ข่าวเศรษฐกิจ

สทน.ชี้สงกรานต์นี้ไทยเที่ยวไทยคึกคัก

สทน.เตรียมปูพรมขายแพ็คเกจสงกรานต์ รับบรรยากาศเดินทางกลับมาคึกคัก คาดกำลังซื้อโต 5% เทียบเทศกาลปีก่อน

นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่าแนวโน้มการเดินทางของคนไทยในช่วงสงกรานต์ปีนี้จะเติบโตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนราว 5% ซึ่งอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่อง นับตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่เคยชะงักไปช่วงหนึ่งในไตรมาสสุดท้ายเพราะยังอยู่ในความโศกเศร้า โดยกลุ่มบริษัทนำเที่ยวทยอยผลิตแพ็คเกจทัวร์จำหน่าย

สำหรับเทศกาลปีนี้ตั้งเป้าการขายไปที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งมีวัฒนธรรมประเพณีในชุมชนต่างๆ ที่มีเอกลักษณ์ สามารถนำเสนอบรรยากาศที่สนุกสานได้ และมีการเล่นน้ำในถนนสายที่ยาวที่สุดติดอันดับโลกเป็นจุดขายได้ อีกทั้งยังสอดคล้องกับกลยุทธ์การขายทัวร์ ที่จะเริ่มหันมาขายพ่วงเป็นคลัสเตอร์หลายจังหวัดรวมกันมากขึ้น ภายใน 1 ทริปจัดให้มีการแวะพำนักที่ขอนแก่น 1 คืน และเดินทางต่อไปยังจังหวัดใกล้เคียง เช่น อุบลราชธานี, สุรินทร์ เป็นต้น

การวางเส้นทางไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคอื่นๆ เป็นหลัก โดยเฉพาะจากกรุงเทพฯ ที่หากไม่นับรวมคนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ส่วนใหญ่ที่ผ่านมายังจำกัดการเดินทางระยะไม่เกิน 300 ก.ม.เช่น ทะเลภาคตะวันออก พัทยา, ระยอง หรือไปยังทะเลหัวหิน หรือ ชะอำ ทำให้รายได้จากท่องเที่ยวยังกระจุกตัวพอสมควร

ขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังมีส่วนแบ่งการตลาดช่วงเทศกาลสงกรานต์เพียง 10-15% เท่านั้น จึงยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก และหากสามารถนำกรุ๊ปทัวร์ลงไปได้ แม้ว่าค่าใช้จ่ายที่บริษัททัวร์ได้รับจะไม่สูง แต่มองประโยชน์ด้านการช่วยกระจายรายได้ไปยังชุมชน เพราะนักท่องเที่ยวจะเข้าไปจับจ่ายสินค้าและบริการต่างๆ เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลที่ต้องการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นมากขึ้น

“สงกรานต์ปีนี้ไม่ห่วงเรื่องกำลังซื้อคนไทย เพราะเห็นแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี และเชื่อว่าการเดินทางไปต่างประเทศก็น่าจะมีบ้าง แต่อาจเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น แต่ราว 80% ก็ยังเป็นการเที่ยวในประเทศอยู่ ปัจจัยสำคัญกว่าคือ จะกระตุ้นให้คนที่ยังอยู่ในประเทศออกมาเดินทางเพิ่มขึ้นได้อย่างไร จึงต้องนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวใหม่ที่น่าสนใจดังกล่าว”

นายภูริวัจน์ กล่าวด้วยว่า การขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันในเดือนที่ผ่านมา ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยว เพราะส่งผลให้ต้นทุนของการเดินทางเพิ่มขึ้นเล็กน้อยไม่เกิน 5% แต่ภาระน่าจะไปตกอยู่กับสายการบินที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมากกว่า แต่ทั้งนี้ ยังคงกลุ่มลูกค้าที่ยังอ่อนไหวต่อราคามาก ได้แก่ บริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ที่จัดประชุมสัมมนาหรือศึกษาดูงานนอกสถานที่ ทิศทางการเจรจาต่อรองกับบริษัทนำเที่ยวยังนำปัจจัยด้านงบประมาณเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยพิจารณาเลือกเส้นทางเป็นอันดับรองลงมา แสดงให้เห็นว่าภาคธุรกิจก็ยังเฝ้าระวังปัจจัยในเชิงเศรษฐกิจพอสมควร

นอกจากนั้น บริษัทนำเที่ยวได้ร่วมหารือวางแผนส่งเสริมการขายล่วงหน้าสำหรับช่วงโลว์ซีซัน เมื่อหมดเทศกาลสงกรานต์เป็นตัวขับเคลื่อน โดยจะเน้นการขายโปรแกรมทัวร์ 2 รูปแบบ คือ 1.เส้นทางจัดประชุมสัมมนาสำหรับหน่วยงานหรือบริษัทต่างๆ ชูจุดเด่นเรื่องค่าใช้จ่ายห้องพักโรงแรมในช่วงโลว์ซีซันที่ถูกลง สามารถจัดโปรแกรมที่สอดคล้องกับงบประมาณและเส้นทางที่ต้องการจะไปได้มากขึ้น และ 2.ทัวร์ในเชิงซีเอสอาร์ นำเสนอโปรแกรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และฟื้นฟูธรรมชาติ เช่น ปลูกป่า ที่จะสามารถทำได้เหมาะสมในฤดูฝนเท่านั้น โดยวางเส้นทางเข้าไปตามโครงการในพระราชดำริ ซึ่งยังคงอยู่ในกระแสความสนใจของคนไทย

ขณะเดียวกัน อยู่ระหว่างการหารือเพื่อเตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายสำหรับช่วงกรีนซีซัน หรือ ฤดูฝน โดยเฉพาะในช่วงเดือน พ.ค.ด้วย เพื่อรวบรวมธุรกิจนำเสนอโปรโมชั่นกระตุ้นให้คนไทยออกมาเดินทางช่วงดังกล่าว รักษาระดับการเติบโตให้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงกลางปี ที่ปกติความต้องการมักจะแผ่วลงไปด้วย