เก๋งฝ่าไฟแดงประสานงากระบะ

เก๋งฝ่าไฟแดงประสานงากระบะพาผู้ป่วยลมชักส่งรพ.บาดเจ็บ บุรีรัมย์

หนุ่มซิ่งเก๋งฝ่าไฟแดงด้วยความเร็วชนประสานงากระบะบรรทุกผู้ป่วยโรคลมชักส่งโรงพยาบาลกลางสี่แยกไฟแดงเวียนนาบุรีรัมย์ ห่างจากโรงพักไม่ถึง 100 เมตร ก่อนพุ่งชนท่อประปาหักหวิดทะลุเข้าร้านเฟอร์นิเจอร์ รถพังยับทั้งคู่ เป็นเหตุให้ผู้ป่วยลมชักได้รับบาดเจ็บศรีษะแตกซ้ำอีก
เมื่อเวลา 04.20 น. วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ได้เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งยี่ห้อนิสสันสีขาว หมายเลขทะเบียน 2 กค-8291 กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนายไพบูลย์ ศรีจันทร์ อายุ 27 ปี เป็นคนขับ พาครอบครัวรวม 4 คน เดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร กำลังจะไปหาที่พักในตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่พอมาถึงสี่แยกเวียนนา ถนนสุนทรเทพ ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ห่างจากสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ประมาณ 100 เมตร ได้ขับฝ่าสัญญาณไปแดงพุ่งชนประสานงากับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีเขียว หมายเลขทะเบียน บจ-2901 บุรีรัมย์ ที่มีนายวีระ ร่าเริงยิ่ง อายุ 34 ปี เป็นคนขับ กำลังจะพาน้าชายซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักไปส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ พร้อมกับภรรยาที่นั่งมาด้วยในกระบะท้ายรถ รวม 3 คน เต็มแรง จนเป็นเหตุให้น้าชายซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักได้รับบาดเจ็บศรีษะแตกซ้ำอีก เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยสว่างจรรยาธรรมบุรีรัมย์ จึงรีบช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์รักษาบาดแผลและอาการป่วยโรคลมชักด้วย ส่วนคนขับรถกระบะ และผู้ที่นั่งมาในเก๋งคู่กรณีมีเพียงรกฟกช้ำเล็กน้อยเท่านั้น แต่สภาพด้านหน้ารถทั้งสองคันพังเสียหายด้านหน้ายุบ ทั้งนี้รถเก๋งยังได้พุ่งชนท่อประปาของการประปาส่วนภูมิภาคหักเสียหายด้วย แต่โชคดีที่ไม่พุ่งทะลุเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์
จากการสอบถามนายวีระ คนขับรถกระบะ เล่าว่า ได้ขับรถพาน้าชายซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักจะไปส่งโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์เพื่อให้แพทย์รักษาอาการป่วย แต่พอมาถึงจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นสี่แยกไฟแดงตนก็ขับไปตามปกติ โดยรถเก๋งได้ฝ่าสัญญาณไฟแดงมาด้วยความเร็วพุ่งชนกับรถของตนเองอย่างจัง จนเป็นเหตุให้น้าชายซึ่งป่วยอยู่แล้วได้รับบาดเจ็บศรีษะแตกซ้ำอีก
ด้าน ร.ต.อ.มานพ รอยประโคน รองสว.(สอบสวน)สภ.เมืองบุรีรัมย์ ระบุภายหลังเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุว่า จากการสอบถามคนขับรถเก๋งเบื้องต้นยอมรับว่าได้ขับรถฝ่าสัญญาณไฟแดงจริง จนเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นจึงได้แจ้งข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย และฝ่าสัญญาณไฟแดง”